อาณาจักรฟังใจ

                               อาณาจักรฟังไจ

Kingdom Fungi

สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในดิวิชันนี้เรียกกันทั่วๆไปว่า เห็ดรา มีลักษณะดังนี้คือ
1.                   มีเซลล์เป็นแบบยูคาริโอต (eucaryotic cell) ซึ่งมีเยื่อหุ้มนิวเคลียส
2.                   ไม่มีคลอโรฟิลล์จึงไม่สามารถสร้างอาหารได้ ต้องใช้อาหารจากสิ่งมีชีวิตอื่น
3.                   ผนังเซลล์เป็นสารพวกไคทิน (chitin) หรือไคทินรวมอยู่กับเซลลูโลส
4.                   มีทั้งชนิดที่เป็นเซลล์เดียวและเป็นเส้นใยเล็กๆ เส้นใยของราเรียกว่า ไฮฟา (hypha) เมื่อเส้นใย

ราเหล่านี้มารวมกลุ่มกันเรียกว่าขยุ้มราหรือไมซีเลียม (mycelium) เส้นใยของราแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

4.1 เส้นใยมีผนังกั้น (septate hypha) คือ เส้นใยที่มีผนังกั้นทําให้มองดูเป็นห้องที่มีไซโทพลาสซึม และนิวเคลียส
4.2 เส้นใยที่ไม่มีผนังกั้น (nonseptate hypha) คือ เส้นใยที่ไม่มีผนังกั้นทําให้มองดูทะลุตลอดเส้นใยประกอบด้วยไซโทพลาสซึม และนิวเคลียสหลายนิวเครียสกระจายอยู่ตลอดเส้นใย
รามีทั้งการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและแบบไม่อาศัยเพศ แบบไม่อาศัยเพศโดยการแบ่งตัว (fission) การแตกหน่อ (budding) การหักหรือขาดออกเป็นสาย (fragmentation) และการสร้างสปอร์ (sporeformation) สําหรับแบบอาศัยเพศโดยการเทียบสาย (conjugation) แล้วมีการเคลื่อนตัวของไซโทพลาสซึมและนิวเคลียสเข้าผสมกัน

 

1.ดิวิชันไซโกไมโคตา (Division Zygomycota)

ดิวิชัน ไซโกไมโคตา เป็นราที่มีวิวัฒนาการตําที่สุดมีลักษณะสําคัญดังนี้
1.                   พวกที่เป็นเซลล์เดียวเจริญอยู่ในน้ำ พวกที่เป็นเส้นใยเป็นเส้นใยชนิดที่ไม่มีผนังกั้นและคล้าย สาหร่าย (algal fungi)
2.                   สร้างสปอร์ภายในอับสปอร์ (sporangium) และมีจำนวนไม่จำกัด
3.                   โดยทั่วไปแล้วต้องการความชื้นสูงในการเจริญ ยกเว้นบางชนิดเท่านั้น
4.                   การดำรงชีวิตมีทั้งชนิดที่เป็นปรสิต (parasite) และผู้ย่อยสลาย (saprophyte)

ประโยชน์ของราในดิวิชันนี้

รา Rhizopus oryzae ใช้ผลิตแอลกอฮอล์ พวกข้าวหมากและสุรา รา Rhizopus nigricans ใช้ผลิตกรดฟูมาริก (fumaric acid)

โทษของราในดิวิชันนี้

รา Plasmopara viticola ทำให้เกิดโรคราน้ำค้างในองุ่น รา Albugo candida ทำให้เกิดราสนิมในกระหล่ำปลี รา Saprolegnia spp. ทำให้เกิดโรคจุดขาวในปลา

2. ดิวิชันแอสโคไมโคตา (Division Ascomycota)

ราในดิวิชันแอสโคไมโคตา เรียกได้ว่าราถุง (sac fungi) มีลักษณะสำคัญดังนี้
1.                   พวกที่เป็นเซลล์เดียว ได้แก่ยีสต์ (yeasts) พวกที่เป็นเส้นใยเส้นใยมีผนังกั้น
2.                   สปอร์ที่สร้างโดยอาศัยเพศสร้างในถุง (ascus) เรียกว่าแอสโคสปอร์ (ascospore) มีจำนวน 8 สปอร์
3.                   ดำรงชีวิตอยู่บนบกเท่านั้น
ประโยชน์ของราในดิวิชันนี้ ยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ใช้ในการผลิตแอลกอฮอล์และสุรา และยีสต์ยังใช้เป็นอาหารที่มีคุณค่าและโปรตีนสูงอีกด้วย
ราสีแดง Monascus spp. ใช้ผลิตข้าวแดงและทำเต้าหู้ยี้
โทษของราในดิวิชันนี้ ทำให้เกิดโรคกับคนและสัตว์

3. ดิวิชันแบสิดิโอไมโคตา (Division Basidiomycota)

ราในดิวิชันแบสิดิโอไมโคตา เรียกว่า คลับฟังไจ (club fungi) มีลักษณะสำคัญดังนี้
1.                   เส้นใยมีผนังกั้นและอาจรวมกันและอัดตัวกันแน่นเป็นแท่งคล้ายลำต้น เช่น ดอกเห็ด
2.                   สปอร์ที่สร้างโดยอาศัยเพศสร้างบนอวัยวะที่คล้ายกระบองหรือแบสิเดียม (basidium) เรียกว่าแบสิดิโอสปอร์ (basidiospore) และมีเพียง 4 แบสิดิโอสปอร์ต่อ 1 แบสิเดียมเท่านั้น

ประโยชน์ของราในดิวิชันนี้

ใช้เป็นอาหารได้แก่พวกเห็ดต่างๆ เช่น เห็ดหอม (Lentinula edoeds) เห็ดฟาง (Volvarilla volvacea) เห็ดโคน เห็ดนางรม เห็ดเผาะ เห็ดเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหาร และใช้ประโยชน์ทางโภชนาการพอสมควร

โทษของราในดิวิชันนี้

ทำให้เกิดโรคราสนิม (rust, Puccinia graministritici) และโรคสมัทส์ (smuts) ในพืชหลายชนิด เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี กาแฟ ถั่ว
เห็ดเมามีสารพิษหลายชนิดที่เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคทำราย ระบบประสาท ทางเดินอาหาร ตับ หัวใจ ทำให้ผู้ที่รับประทานถึงตายได้ เห็ดเมามักมีสีสันสวยงาม มีวงแหวนที่ก้านของดอกและมีถ้วยเห็ดที่โคนก้านดอกเห็ด

4. ดิวิชันดิวเทอโรไมโคตา (Division Deuteromycota)

ราในดิวิชันนี้ไม่มีการสืบพันธุ์แบบใช้เพศในวงจรชีวิตหรือวัฏจักรชีวิต สืบพันธุ์โดยการสร้าง โคนิเดีย (conidia)
ประโยชน์ของราในดิวิชันนี้ รา Penicillium chrysogernum ใช้ในการผลิตยาปฏิชีวนะ เพนิซิลลิน รา Aspergillus wendtii ใช้ในการผลิตเต้าเจี้ยว
รา Aspergillus oryzae ใช้ผลิตเหล้าสาเก (sake)
โทษของราในดิวิชันนี้
รา Aspergillus flavas สร้างสารอะฟลาทอกซิน (aflatoxin) ซึ่งทำให้เกิดโรคมะเร็งในตับรับประทานมากอาจถึงตาย พบมากในถั่วบด และเมล็ดธัญพืชที่ชื้นๆ
รา Aspergillus และ ราPenicillin ทำลายอาหารและผลผลิตทางการเกษตร
ทำให้เกิดโรคใบเหี่ยวของยาสูบ ใบสีน้ำตาลของข้าวใบไหม้ของมะพร้าว
ทำให้เกิดโรคกลาก เกลื้อน โรคเท้าเปื่อยหรือฮ่องกงฟุต (hongkong foot)